ข้ามไปยังทูลบาร์

ทำเสน่ห์สายดำ ที่สำนักเราไม่รับทำเด็ดขาด

เน้นย้ำชัดๆ นะครับ สำนักเราไม่รับทำเสน่ห์สายดำเด็ดขาดนะครับ

วันนี้ผมจะขอเล่าเรื่องการทำเสน่ห์สายดำนะครับ เพราะมีคนส่งข้อความมาถามผมว่าเรารับทำเสน่ห์สายดำหรือไม่ เราไม่มีนโยบายทำเสน่ห์สายดำครับ

การใช้มนต์คาถาและพิธีกรรม เพื่อเป้าหมายทางเสน่ห์แก่ผู้ที่เราหมายปองนั้น ส่วนใหญ่เราจะเรียกกันว่าการทำเสน่ห์ หากเป็นการทำเสน่ห์สายขาวนั้น จะใช้มนต์คาถา โดยน้อมนำเอาพุทธคุณบ้าง เทวคุณบ้าง มาเป็นสิ่งนำพาให้จิตของคนที่เราหมายปองกระหวัดคิดถึงเรา โดยผ่านการสวดมนต์ ไม่มีการใช้รูปหรือหุ่นของคนที่เราหมายปองมาร่วมในพิธีกรรม

ส่วนในการทำเสน่ห์สายดำนั้น จะเป็นพิธีกรรมที่ออกแนวย่ำยีจิตใจด้วยอาคม ทั้งแบบกระทำโดยมโนกรรม หรือกระทำโดยการกระทำกับตัวของผู้ถูกกระทำ เช่นเอาน้ำมันพรายไปป้ายตัวเขา เป็นต้น ถึงแม้ว่าจะเป็นวิธีการที่ได้ผลบ้าง แต่ด้วยความสง่างามแล้ว เขาจะไม่นิยมทำกันครับ คุ้มดีคุ้มร้ายคนที่เราหมายปองอาจแสดงอาการหวาดกลัวไปเลยก็ได้

ไม่ว่าจะการทำเสน่ห์สายขาวหรือสายดำ ก็คือเพื่อให้ฝ่ายที่เราหมายปองมีจิตใจที่อ่อนลงเท่านั้นครับ หากล่วงลึกไปถึงว่าป้ายปุ๊บเดินตามขึ้นเตียงเลย คงไม่มีครับ ผมยืนยันว่าไม่มี เว้นแต่ว่าเป็นคนที่ชอบพอกันอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น คุณก็ไม่ต้องมาเสียเงินทำเสน่ห์หรอกครับ สะกิดเบาๆ ก็เข้าทางแล้ว

วิธีการง่ายๆ ที่คุณไม่ต้องไปใช้มนต์ดำหรือทำเสน่ห์สายดำที่ไหนป้ายเขาเลย ก็คือ ก่อนที่คุณจะแตะน้ำหอมที่ตัว ก็กล่าวบทสวดมนต์คาถาขุนแผน ด้วยจิตใจที่นิ่ง แล้วพอไปพบเขา แค่คุณยืนอยู่ห่างๆ เขาได้กลิ่น ก็ใจอ่อนแล้วครับ เพราะกลิ่นนั้นมีมนต์ของคาถาฟุ้งกระจายไปด้วย ความแน่วแน่ของคุณต้องสวดคาถาต้องเต็มร้อยนะครับ ไม่ต้องไปเอาน้ำมันพรายที่ไหนหรอกครับ เพราะการใช้วิธีทำเสน่ห์สายดำ มันจะส่งผลกลับต่อตัวคุณเองในอนาคตครับ

แล้วพวกพรายเรียกจิตที่เขาใช้เพื่อทำเสน่ห์สายดำหรือมนต์ดำล่ะ มันคืออะไร ผมถามก่อนนะครับ ว่าคุณควบคุมพรายเป็นไหม ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็เรียกพรายได้ คนที่เรียกพรายได้มีไม่มากครับ แล้วถ้าคุณเรียกเองไม่ได้ ควบคุมเองไม่ได้ แล้วเขาจะทำตามคำสั่งคุณหรือไม่ครับ คุณไม่มีอาคมเพียงพอที่จะควบคุมเขาได้ ก็ไม่ควรนำเขามาดูแลนะครับ
ทำเสน่ห์สายดำ
มนต์คาถาที่ใช้ในการผูกจิต เรียกจิตมีมากมายเลยนะครับ ที่เราสามารถจะนำมาใช้ได้ ขอเพียงคุณเลือกมาแค่บทเดียว แล้วเพียรสวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า กล่าวถึงคนที่คุณหมายปองแค่คนเดียวจนกว่าจะสำเร็จ แล้วค่อยไปเรียกคนอื่นนะครับ อย่าสวดวันละ 5 เที่ยว แต่ว่าเรียก 5 คนนะครับ มันคือการส่งกระแสจิตของเราไปยังคนที่เราหมายปองครับ มันอาจจะไม่เห็นผลฉับพลันทันตาเห็น แต่ขอเพียงเราเชื่อว่ามันได้ผล มันจะเห็นผลตามที่เราเชื่อในที่สุด เพราะการสวดมนต์ต่างๆ เราต้องมีความเชื่อครับ เมื่อเราเชื่อ ครูจะมาเสริมเรา ประสิทธิ์ประสาทเรา อย่างที่เราเรียกว่า “แรงครู”นั่นแหละครับ ไม่ต้องทำเสน่ห์สายดำอะไรเลย

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ คือ เราต้องจินตนาการหน้าตา รูปร่างของคนที่เราหมายปองให้ชัดครับ และคิดถึงภาพที่เราต้องการให้เขาทำกับเรา เดินจูงมือเกาะแขนกันอย่างไร คิดให้ชัด ก่อนที่จะสวดมนต์ครับ และทุกๆ ครั้งที่สวดก็ให้คิดแบบนี้ครับ เวลาที่ดีที่สุดในการสวด คือ เวลาที่เขาหลับครับ ยิ่งเขาหลับลึก โอกาสที่มนต์ของเราก็เข้าไปประทับกลางใจเขานั้นย่อมง่ายมากครับ และควรสวดต่อเนื่องกันไม่เกิน 14 วันนะครับ ปกติ 1 สัปดาห์เขาก็ระลึกถึงเราแล้ว ให้เราทักทายปราศัยไปเถอะ แต่อย่าไปบุกมากเกินนะครับ เดี๋ยวเขาจะตกใจเตลิดไปซะก่อน ไม่ว่าจะทำเสน่ห์สายดำหรือสายขาวก็คงต้องใช้เวลานานแล้วล่ะครับ

ที่ผมกล่าวมาข้างต้นก็เป็นเรื่องของการทำเสน่ห์สายดำและสายขาว การทำเสน่ห์คือการทำแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายๆ ไป ครับ ทีนี้ถ้าเราจะมาพูดต่อถึงการทำเสน่ห์ให้ลูกค้ารักเรา นะครับ เราเรียกว่าทำเมตตามหานิยม ก็ใช้วิธีการสวดมนต์เหมือนเดิมครับ ก่อนสวดก็คิดภาพให้ชัดครับ ว่าเราต้องการอะไร ต้องการให้ลูกค้ามาต่อคิวซื้อของ มีลูกค้ารุมซื้อของ เอาตามที่เราอยากได้ แล้วพอภาพชัด เราก็เริ่มสวดครับ สวดยาวๆ ไปไม่ต้องนับจบครับ แล้วสวดเสร็จก็อย่าลืมยิ้มแย้ม แต้มตารอลูกค้า พูดจาหวานๆ นะครับ รับรองลูกค้ามีแต่เพิ่มครับ

ไม่ว่าจะเป็นการทำเสน่ห์หรือเมตตานิยมก็ตาม ผมอยากให้ลูกค้าทุกท่าน ตระหนักไว้เสมอว่า คาถาใดๆก็ตาม จะมีผลมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความเพียรขอเราครับ และที่ขาดไม่ได้คือ

หมั่นทำบุญ,ทำทานและบริจาคเพื่อการกุศล การเป็นผู้ให้ย่อมมีสุข และฟ้ามีตาครับ เมื่อเราให้คนอื่นแล้ว เดี๋ยวสิ่งลี้ลับก็มอบของขวัญที่ดีกว่ามาให้เราเสมอครับ เราต้องสร้างความดีแล้วอุทิศบุญทั้งหลายนั้นให้เจ้ากรรมนายเวร พ่อแม่ ครูอาจารย์ รวมถึงเทวดาประจำตัวทั้งของเรา เสมอๆ นะครับ
ต่อมาคือควรนั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 10 นาที สะสมสมาธิจิตไว้ นั่งนิ่งๆ แม้ว่าใจเราอาจจะยุกยิกบ้าง อย่าไปกังวล หัดนั่งไปเรื่อยๆ  แล้วอุทิศบุญให้สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ทวยเทพเทวดาจะช่วยอุปถัมภ์ค้ำชู หนุนดวงของเรา รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรก็ลดผ่อนสิ่งที่คอยกลั่นแกล้งเรา เรื่องร้ายต่างๆ นานาก็จะทุเลาเบาบาง และอันตธานไปที่สุด

ท้ายที่สุดท่องคาถาบทใดบทหนึ่ง เพียงหนึ่งบทเป็นประจำ ทุกครั้งที่คิดลบ จะช่วยให้เราดึงตัวเรา จิตใจเราออกจากวังวนแห่งการคิดลบได้ดี เพราะยิ่งเราคิดลบเท่าไหร่ เราก็จะดึงเรื่องลบเข้ามาสู่ชีวิตเรามากขึ้นทุกขณะ ซึ่งผมเข้าใจนะครับ ว่าในบางครั้งเมื่อเราคิดลบแล้ว จะให้มาหลแกตัวเองให้คิดบวกมันยากเย็นไม่ใช่น้อย ผมจึงได้ลองใช้วิธีการสวดมนต์ครับ เพราะผมว่าการสวดมนต์เป็นการเรียกสิ่งดีๆ เข้าตัวเราอยู่แล้ว ผมอยากจะบอกว่าใช้บทสวดน่ะดีที่สุดครับ ไม่ต้องไปทำเสน่ห์สายดำอะไรหรอกครับ

การที่เราหัดท่องมนต์คาถาแล้วเลือกนำคาถาที่เราท่องแล้วติดปากมาเก็บไว้เป็นมนต์ประจำตัวนั้น มีข้อดีหลายประการเลยนะครับ เมื่อยามเกิดเรื่องคับขัน มนต์คาถานั้นจะช่วยป้องกันเราได้ทุกเรื่อง เมื่อก่อนตอนผมท่องคาถาใหม่ๆ เคยมีคนเล่าให้ผมฟังว่า มีพระรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระที่เก่งมาก กระโดดผ่านขวากหนามไหน ก็ไม่เคยมีรอยขีดข่วนบนตัวท่าน เข้าป่าเข้าดง ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องยุงริ้นไรกัด วันนึงก็มีพระอีกรูปนึงมาถามว่า “หลวงพี่ ท่านใช้คาถาอะไรหรือจึงได้เหนียวนัก” พระรูปนั้นจึงบอกว่า “นะชาลีติ” เมื่อพระรุ่นน้องได้ยินก็สวนกลับทันควันว่า “นั่นมันคาถาทางเสน่ห์นี่ขอรับ” พระรูปนั้นจึงตอบกลับมาว่า “ก็กูเชื่อว่าเหนียว มันก็เหนียวอย่างที่มึงเห็นนั่นแหละ”

จงอย่าคลางแคลงใจในพระคาถาครับ