กุมารทอง เรื่องถอนกุมารทอง

กุมารทอง จะถอนอย่างไร อีกเรื่องที่เราต้องรู้เกี่ยวกับกุมารทอง

อยากปล่อยกุมารทองออก ด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่  มั่นใจได้ไงว่า เมื่อปลดปล่อยกุมารทองไปแล้วจะจุติไปเกิดในภพที่สูงขึ้น ไม่กลับไปเร่ร่อนอีกครั้ง

วิชาที่ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างกุมารทองอีกล่ะ   หากกุมารทองนั้น  สร้างมาจากการนำวิญญานระดับสูงแล้ว  การปลดปล่อยหรือถอนอิทธิคุณ ย่อมเสียเปล่า เพราะเท่ากับว่ายกเลิกการช่วยเหลือจากผู้มีเจตนาช่วย

วิชาที่ใช้สร้างมีผลกับกุมารทองมาก  การพิจารณาจากวัตถุมงคล มวลสารและพิธีกรรม รวมไปถึงรูปลักษณ์ของกุมารทองน่าจะพอมองออกในระดับหนึ่งว่าจากสำนักใดของขลังบางอย่างแบบกุมารทอง หากไม่เอาจริงๆ อยากถอน ต้องถอนด้วยคุณวิชา  หรือทำขันธ์ขอมาครูเสียก่อน   เมื่อถอนอาคมแล้ว จึงส่งกุศลตามไปให้

บางเคสยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ว่าทำไมอยากถอนกุมารทอง ก็ต้องตามหาเหตุผลที่ถอนเสียก่อน ไม่ใช่ตอบผิดตอบถูกไปเรื่อย  ควรให้คำปรึกษาตามความคิดเห็นตามหลักวิชาเท่านั้น

ตัวอย่า่งเช่นเมื่อพระสวดศพไม่ว่าจะ บทอนิจจา มาติกา หรือบทอภิธรรมย่อ 7 บท  ถ้าจิตใจของคนตายไม่เปิดรับ ไม่รับรู้ ไม่เข้าใจ หรือไม่โน้มตามกระแสเสียง ว่าคือพระธรรม  ผู้สวดไม่มีเจตนาหวังกุศลให้วิญญาน หรือมีเจตนาโลภ สวดเอาเงินปัจจัยหวังลาภหวังรวย คงพาไปสุคติภพหาได้ไม่

หากกุมารทองตนหนึ่ง ตั้งคำถามว่า

“ผมเร่ร่อน ไม่มีบ้านอยู่  ไม่มีที่อาศัย  ผมไม่มีข้าวกิน ไม่มีเงิน วันหนึ่ง มีคนพาผมไปอยู่ที่ๆหนึ่ง  ให้ข้าวกิน  ให้กำลังใจ ให้ความรู้  เพียงแต่ต้องทำงานแลกข้าว แลกที่อยู่  เมื่อผมทำได้ก็ให้เงินชมเชย  ถ้าทำไม่ได้ก็ด่าผมบ้างไม่ด่าบ้าง ก็พออยู่ได้ ถ้าคุณเป็นผม คุณอยากจะกลับไปเร่ร่อนเหมือนเดิมไหม ”

กุมารทอง

 

เรื่องของความเชื่อ  เราต่างคนต่างมีความเชื่อแตกต่างกันไป  สำหรับความคิดผมในเรื่องกุมารทองนั้น คนทำกุมารทอง ต่างประยุกต์วิชามาใช้งานกันจนชำนาญตามขั้นตอน  หลายท่านเข้าใจในเรื่องของวิญญานอย่างลึกซึ้งด้วยซ้ำไป  จึงได้เกิดมีการสร้างกุมารเทพขึ้นมา หรือที่เรียกว่าลูกเทพนั่นแหละครับ เป็นอีกเวอร์ชั่นของกุมารทอง

การสร้างกุมารทองไม่ใช่การกักขังวิญญาน หากลองศึกษาดูจะพบว่าในอดีตสมเด็จโตท่านได้นำเอาหน้าผากแม่นาคมาทำปั้นเหน่งหรือหัวเข็มขัดรัตประคตเพราะเจตนาท่านหวังให้กุศลเกิดแก่วิญญานนั้น มิให้อาละวาดเร่ร่อนทำร้ายชาวบ้าน (ผมอ่านมาจากเรื่องแม่นาคนะครับ ถ้าฐานข้อมูลนี้จริงนะครับ)

แนวคิดเรื่องกุมารทองมีมากมายหลายสำนัก เหมือนวิชาเทียนนั่นแหละครับ บางคนไปอ้างอิงสำนักนั้น  บางคนไปรับเอาอีกสำนักหนึ่งมา  มติไม่ตรงกันก็อาจขัดเคืองกันได้ และจะเชื่อได้ยังไงว่าความเชื่อไหนดีจริง ?

หลายคน มีการไหว้เจ้าที่ ขณะที่บางคนถึงขั้นกระโดดถีบเจ้าที่
หมอดูดังคนหนึ่งทายว่าราศีเมษจะดวงดีสุดติ่ง แต่หมอดูอีกคนก็บอกว่าราศีเมษจะแย่สุดขั้ว

ท้ายที่สุดก็ต่างคนต่างคิด ขึ้นอยู่กับว่าความเชื่อเป็นของใคร

กุมารทองหรือของขลังทางวิญญานสมัยนี้ มักจะมีของแปลกๆ เสริมมาเสมอ

1. เกิดจากการนำวิญญานกุมารทองมาเรียกผูกหรือเชิญ บอกกล่าว ไว้จริงๆ  อันนี้คือตรงกับแนวคิดเกี่ยวกับวิญญาณเร่ร่อนก่อนมาเป็นกุมารทอง

2.เชิญเทวดาระดับล่างหรือครูบาอาจารย์มารับรู้ ให้ช่วยส่งพลังงาคาถาอาคมหรือจิตลงไปในกุมารทองนั้น  ทำงานตามคำอธิษฐานบอกกล่าวของผู้ใช้  แบบนี้ไม่เกี่ยวกับวิญญาณซึ่งถ้าปล่อยไป  ก็ไม่มีผลอะไรเพราะไม่ได้มี วิญญานจริงๆ อยู่ แต่มี “เจตสิก”หรือแรงจิตแรงคาถาอาคมจำลองรูปแบบวิญญานเทียมๆ ให้แก่กุมารทอง เมื่อขอให้พระหรือครูอาจารย์ทำพิธีส่งกุมารทองไปก็ไม่มีอะไร เพราะไม่มีวิญญานมาแต่ต้น

3. กุมารทองไฮบริด คือทั้งวิญญานและแรงจิตผนวกกัน ถ้าปล่อยไป  ก็ยังทำงานของมันอยู่  ถ้าไม่ปล่อยเค้าก็ยังอยู่  กรณีวิญญานที่เข้ามาอาศัยแรงจิตคาถาพวกนี้ มักเป็นบริวารหรือภพภูมิที่แน่นอนแล้ว

พระพุทธรุปนั้น ไม่มีวิญญานพระพุทธเจ้าสิงอยู่ เพราะพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว  แต่ที่เราบนบานกันได้  ขอพรพระกันได้เพราะอะไร

เพราะแม้พระพุทธองค์ท่านเสด็จดับขันธืปรินิพพานแล้ว การกราบไหว้สิ่งสมมติแทนตัวศาสดา ที่เราระลึกอยู่ก็เป็นบุญกุศล และที่ขอพรกันได้เพราะเทพยดาคอยรักษาพระพุทธรูปนั้นๆ  เมตตาจึงช่วยดลบันดาลให้  นี่ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่ง

การที่เรารับกุมารทองที่เร่ร่อนมาเลี้ยงไว้ เขาต่างช่วยทำงานตอบแทน ตราบใดที่เขายังไม่เข้าฝันหรือปรากฏตัววิ้งๆ ประกายๆ แล้วบอกว่ามาลาไปเกิดแล้วนะจ๊ะ  ตราบนั้นเขายังลำบากอยู่  ถ้าพี่เอากุมารทองไปถอนหรือปลดปล่อยด้วยวิธีใดๆ ก็เหมือนให้เขากลับมาเร่ร่อนเหมือนเดิม

ถ้าอยากให้สบายใจก็จุดธูปบอกกุมารทองก็ได้ครับว่า

บางสำนักอยากขายของก็บอกว่าพรายคนโตคุยรู้เรื่องกว่ากุมารทองเด็ก ดูแลง่ายกว่า บางคนก็บอกว่ากุมารทองที่เป็นเด็กดูแลง่ายกว่าพรายคนโต อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อครับ

คนเราดูแลง่ายยากไม่อยู่ที่เด็กหรือโต   อยู่ที่จิตใจคนมันจะเยอะหรือวุ่นวายไหม

โตแล้วแต่ไร้ความรับผิดชอบก็มี อยากได้รถแต่แม่ไม่ให้ ก็ไปทุบรถชาวบ้านก็มีให้เห็น

อายุน้อยๆ สิบขวบกว่า กลับโรงเรียนมาทำกับข้าวหุงข้าวให้ตายาย ดูแลน้องๆ ออกไปทำมาหากินเองได้ก็มีถมเถ

ประเด็นหลักคือ เขาทำตามที่เราสั่งไว้ได้แค่ไหน

บางคนถามว่าเลี้ยงพรายกุมารทอง ขาดไตรสรคมณ์ ถือเป็นคนพุทธแท้ไหม

ถ้านับความเป็นพุทธจากจำนวนการไปวัดเคร่ง. ผมคงขาดสรณคมณ์กระจุย กลายเป็นพุทธปลอมไปเลย

แต่จริงๆผมไม่ได้นับถืออื่นใดเกินกว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์และเชื่อในบุพพเปตรพลี เทวตาพลี ในพลี 5 ที่พระพุทธเจ้าสอน กล่าวไว้

และผมมั่นใจว่าผมเองเคร่งสรณคมณ์ไม่น้อยกว่าใคร สุดท้ายก็ฝากไว้จะเลี้ยงอะไร จะถอนอะไรขอให้ไตรตรองนะครับ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *